ในปี 2567 ทั่วโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายในหลากหลายประเด็นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงและความถี่มากขึ้น ก่อให้เกิดแรงผลักดันเพื่อเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตช้าและไม่เท่าเทียมกันในแต่ละกลุ่ม ความเสี่ยงต่อค่าครองชีพและต้นทุนของธุรกิจที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์และความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลกับกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชายขอบก็เพิ่มขึ้นตามมา
ความท้าทายเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเช่นกัน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจที่ส่งผลให้คนไทยมีค่าครองชีพและหนี้สินครัวเรือนที่สูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ ภัยพิบัติจากน้ำท่วมและฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้นจนสร้างความเสียหายต่อภาคการเกษตร ธุรกิจ และประชาชน อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ระบาดจนมีเหยื่อผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายปริมาณมาก รวมถึงปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคมในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและทักษะการใช้งาน
ธุรกิจโทรคมนาคมเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการเข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ซึ่งส่งเสริมให้เทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ สามารถต่อยอดสร้างอรรถประโยชน์ในรูปแบบใหม่ให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เอไอเอส จึงได้กำหนดกรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ การสร้างการเข้าถึงดิจิทัลเพื่อสังคม และการยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม
ในปี 2567 เอไอเอสได้ต่อยอดธุรกิจด้านอินเทอร์เน็ตบ้านผ่านการเข้าซื้อกิจการ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จํากัด (มหาชน) (TTTBB) ซึ่งให้บริการลูกค้าภายใต้แบรนด์ 3BB ส่งผลให้เอไอเอสมีโครงสร้างอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางมากขึ้นสามารถให้บริการเข้าถึงผู้คนในพื้นที่ต่างจังหวัดและอำเภอรอบนอกได้มากยิ่งขึ้น
ตลอดปีที่ผ่านมา การดำเนินงานของเอไอเอสมีพัฒนาการที่สำคัญในแต่ละด้าน ดังนี้
ขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
เอไอเอสมุ่งมั่นขยายโครงข่ายโทรคมนาคมให้แข็งแกร่งและครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานในการพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการเทคโนโลยีดิจิทัล โดยบริษัทตั้งเป้าหมายในการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลในรูปแบบใหม่อยู่ที่สัดส่วนร้อยละ 7 ของรายได้จากการให้บริการหลัก ภายในปี พ.ศ. 2570 ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลในรูปแบบใหม่ เช่น Hyperscale Cloud, AIS Analytic X, Fortinet Secure Work, Secure Net+ เป็นต้น สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 3.8
ขณะที่การเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นมาก ก็ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากภัยคุมคามทางไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคลตามมา บริษัทจึงตั้งเป้าหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลตามมาตรฐานสากล ในปีที่ผ่านมา เรายังคงปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด รวมถึงประเมินความเสี่ยงและติดตามผลการปฏิบัติงานของผู้ให้บริการภายนอกที่เข้าถึงข้อมูลสำคัญและระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
สิ่งสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจเราและเศรษฐกิจยุคดิจิทัล คือ พนักงาน โดยบริษัทตั้งเป้าหมายพัฒนาพนักงานมากกว่าร้อยละ 90 ให้มีทักษะความเข้าใจและสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในปี พ.ศ. 2568 ในปีที่ผ่านมา เราได้อบรมพนักงานเพื่อเพิ่มทักษะและความสามารถด้านดิจิทัลอย่างหลากหลาย อาทิ AI, Cloud, Data Analytic, Design Thinking, 5G รวมถึงพัฒนาคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Digital Talent ทำให้ปัจจุบัน พนักงานของบริษัทมากถึงร้อยละ 60 มีทักษะดิจิทัลและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงาน
สร้างการเข้าถึงดิจิทัลให้ทุกคนในสังคม
เอไอเอสเชื่อมั่นว่าการสร้างและขยายโครงข่ายโทรคมนาคมให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ที่มีประชากรอยู่อาศัย สามารถเพิ่มโอกาสในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย บริษัทจึงได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาสภาพเศรษฐกิจ สังคม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวน 5 ล้านคน ในปีที่ผ่านมา เราได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อาทิ “Green Energy Green Network for THAIs”, “AIS Academy for Thais” และ “บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาฟรี” ส่งผลให้ปัจจุบันประชาชนได้มีส่วนร่วมและรับประโยชน์มากถึง 3,460,253 คน
อีกทั้ง บริษัทยังคำนึงถึงการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลของคนไทยให้มีความปลอดภัยและเหมาะสม จึงได้ตั้งเป้าหมายเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดิจิทัลอย่างแข็งแกร่งให้กับประชาชาชนจำนวน 3 ล้านคน ผ่านดิจิทัลโซลูชันและเครื่องมือต่าง ๆ ภายในปี พ.ศ. 2570 ในปีที่ผ่านมา เรายังเน้นสร้างภูมิคุ้มกันเสริมความรู้ทางไซเบอร์ให้แก่ประชาชนผ่านโครงการอุ่นใจไซเบอร์ ส่งผลให้ปัจจุบันผู้เข้าร่วมโครงการมากถึง 792,100 คน นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดตัวบริการฟรีแจ้งเบอร์มิจฉาชีพ “อุ่นใจตัดสายโจร กด*1185# โทรออก” เพื่อส่งให้ตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบ บล็อกเบอร์มิจฉาชีพ และดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นการลดภัยคุกคามทางดิจิทัลให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง
ยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม
เบริษัทมุ่งดำเนินงานที่ลดการปล่อยคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยตั้งเป้าหมายลดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG emissions intensity) จากสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรง (GHG scope 1) และทางอ้อม (GHG scope 2) รวมกันต่อปริมาณการใช้งานข้อมูลลง ร้อยละ 25 เมื่่อเทียบกับปีฐาน 2567 ในปีที่ผ่านมา ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขตที่ 1 และ 2) ของบริษัทคิดเป็น 798,881 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือความเข้มข้นของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 0.018 เทียบเท่าต่อปริมาณการใช้งานข้อมูล ทั้งนี้ บริษัทยังคงพัฒนาและประยุต์ใช้ระบบ AI สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมทั้งขยายการติดตั้ง แผงพลังงานแสงอาทิตย์มากถึง 4,560 แห่ง สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเท่ากับ 42,108 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ปัจจุบันการพึ่งพิงและใช้เทคโนโลยีที่มากขึ้น ย่อมก่อให้เกิดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งการดำเนินธุรกิจเรามีส่วนทำให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทจึงวางแนวทางการบริหารจัดของเสียที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยตั้งเป้าหมายต่อเนื่องสำหรับการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีโดยปราศจากการฝังกลบ ในปีที่ผ่านมา เรายังคงมุ่งมั่นบริหารจัดการและติดตามตรวจสอบขยะอิเล็กทรอนิกส์จากการดำเนินงานอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ณ สถานที่รับจัดการของเสีย รวมถึงการแปลงขยะเป็นปุ๋ย การเป็นศูนย์กลางจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หรือ HUB of E-Waste เป็นผลให้ไม่มีปริมาณซากขยะอิเล็กทรอกนิกส์ที่เหลือจากการรีไซเคิล (Non-recyclable or Residue) และไม่มีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ
เอไอเอสจะคงยึดมั่นและสืบสานพันธกิจด้านความยั่งยืนครอบคลุมด้านธรรมาภิบาล เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการติดตามกระแสของโลกและประเทศที่มีความพลวัตอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนรับมือกับความท้าทายในอีก 1-5 ปีข้างหน้า ผ่านการทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากระบวนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจและตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ยิ่งกว่านั้นเราจะเร่งตอบสนองต่อประเด็นที่ทั่วโลกห่วงกังวล อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นใหม่ สุดท้ายสิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจพร้อมกับยกระดับคุณภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน คือเร่งสร้างการมีส่วนร่วมจากคน AIS ควบคู่ไปกับขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ให้เกิดพลังร่วมรับผิดชอบต่อโลกของเราอย่างแท้จริง
กานต์ ตระกูลฮุน
ประธานกรรมการบริษัท