ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและความต้องการที่หลากหลายยิ่งขึ้นของทั้งลูกค้ารายบุคคลและลูกค้าองค์กร เอไอเอสได้ยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสาร สู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจร บริษัทเดินหน้าลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และคุณภาพการให้บริการ ควบคู่กับการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้งานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ สร้างคุณค่าเพิ่มให้กับลูกค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ผลการดำเนินงาน
ปี 2568
4.8%
เป้าหมายการดำเนินงาน
ปี 2570
7%

สัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลรูปแบบใหม่

หมายเหตุ: ตั้งแต่ปี 2567 เอไอเอสได้ปรับเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลในรูปแบบใหม่ จากเดิมร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 7 ของรายได้จากการให้บริการหลัก เพื่อให้สอดคล้อง กับการเติบโตของธุรกิจอันเนื่องจากการควบรวม TTTBB

แนวทางการดำเนินงาน
บริษัทกำหนดทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลเชิงรุก เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เช่น AI คลาวด์ และ IoT โดยเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่าย ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ภายใต้ 3 แกนการพัฒนาหลัก ดังนี้

1. การยกระดับสู่เครือข่ายอัจฉริยะ

บริษัทมุ่งพัฒนาโครงข่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งด้านความเร็ว ความเสถียร ความหน่วง และความต่อเนื่องของสัญญาณ เพื่อสร้างรากฐานที่รองรับบริการดิจิทัลยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทพัฒนาขีดความสามารถโครงข่ายผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ 5G+ ซึ่งเป็นการยกระดับ 5G ให้รองรับการใช้งานที่มีความต้องการสูงขึ้นด้วยความเร็วที่มากกว่าและความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ

พร้อมกันนี้ บริษัทได้พัฒนาโครงข่ายสู่ Autonomous Network เพื่อเพิ่มระดับความเป็นอัตโนมัติในการบริหารจัดการ ลดการพึ่งพาการดำเนินงานแบบ Manual และยกระดับมาตรฐานคุณภาพการให้บริการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับบริการดิจิทัลขั้นสูง อาทิ IoT, Edge Computing, โซลูชัน AI และบริการแบบเรียลไทม์ ที่ต้องอาศัยโครงข่ายคุณภาพสูงเพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

2. การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทเพิ่มขีดความสามารถในระบบสารสนเทศโดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์ในการยกระดับให้ระบบงานต่าง ๆ มีความคล่องตัว (Agility) เสถียร (Stability) และปลอดภัย (Security) ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้าน ได้แก่

  • การพัฒนา Omni-channel Experience เชื่อมโยงระบบการให้บริการลูกค้าทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ พร้อมนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์และออกแบบข้อเสนอที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะราย
  • การพัฒนา Cloud Native Architecture และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
  • การออกแบบ IT Architecture ตามมาตรฐาน TM Forum โดยจัดโครงสร้างระบบเป็นลำดับชั้น (Layered Architecture) เพื่อลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการเชื่อมโยงระบบทั้งภายในและภายนอกองค์กร

3. นวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์และข้อมูล

บริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในฐานะกลไกหลักของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ การออกแบบบริการเฉพาะบุคคล (Personalization) ไปจนถึงการนำ AI มายกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในองค์กร

การบูรณาการ AI เข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาบริการดิจิทัลได้หลากหลาย อาทิ บริการด้านไลฟ์สไตล์ แอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และบริการที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึก (Data Insights) ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเพิ่มความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

การดำเนินงานในปี 2568
AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure

บริษัทเปิดให้บริการ AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ในเดือนมิถุนายน 2568 โดยร่วมมือกับ Oracle ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์มาตรฐานระดับสากล (Hyperscale Cloud) เพื่อเสริมศักยภาพองค์กรไทยในการบริหารจัดการและประมวลผลข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ บริการดังกล่าวครอบคลุมการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลภายใต้กฎหมายของประเทศไทย รองรับการจัดการข้อมูลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) ได้อย่างปลอดภัย สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎหมายและการกำกับดูแลข้อมูล พร้อมยกระดับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยในระดับสากล

AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure ครอบคลุมโซลูชันหลัก ได้แก่

  • ด้านแอปพลิเคชัน: แพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนา (Developer Platform) ที่ช่วยให้การพัฒนา ทดสอบ และปรับใช้ซอฟต์แวร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รองรับแนวทาง DevOps และการพัฒนาแอปพลิเคชันสมัยใหม่
  • ด้านการจัดการข้อมูล: บริการระบบจัดเก็บและบริหารฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย รองรับเทคโนโลยีฐานข้อมูลหลากหลายรูปแบบ เช่น NoSQL และ PostgreSQL เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: AIS Cloud Powered by Oracle Cloud Infrastructure | About AIS Cloud

การสร้างระบบการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

บริษัทพัฒนาบริการ “Living Network” หรือเครือข่ายอัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าทั้งบนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน บริการนี้สามารถวัดคุณภาพสัญญาณที่ลูกค้าใช้งานแบบเรียลไทม์ และปรับประสิทธิภาพการเชื่อมต่อให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล โดยอาศัยความยืดหยุ่นของเทคโนโลยี 5G ในการปรับแต่งคุณภาพเครือข่ายอย่างแม่นยำ พร้อมให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน myAIS ใน 3 โหมดหลัก ได้แก่

  • BOOST Mode: สำหรับการใช้งานแบบความเร็วและแรงของ 5G เช่น การใช้งานโซเชียลมีเดีย หรือรับชมคอนเทนต์สตรีมมิ่งความคมชัดสูง
  • GAME Mode: สำหรับการใช้งานที่ต้องการการเชื่อมต่อความหน่วงต่ำพิเศษ เสถียร และลื่นไหล เช่น เล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือ
  • LIVE Mode: สำหรับการใช้งานที่เน้นการอัปโหลดที่มีความเสถียร ไม่สะดุด เช่น การไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์หรือการถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

จากการพัฒนาโครงข่ายและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง แนวคิดบริการ AIS Living Network ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยคว้ารางวัล GTI Awards จากเวที Mobile World Congress 2025 สะท้อนถึงศักยภาพของโครงข่ายอัจฉริยะและความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี 5G ของเอไอเอส

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: AIS โชว์ความเป็นผู้นำ 5G คว้ารางวัลระดับโลก GTI Awards ในงาน MWC 2025 ด้วยแนวคิด "AIS Living Network" เครือข่ายมีชีวิต

ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ (AIS EEC)

AIS EEC ตั้งอยู่ในโครงการ Thailand Digital Valley ภายในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ อาทิ หุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และการแพทย์ รวมถึงเป็นพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนด้านกฎระเบียบเพื่อเอื้อต่อการทดสอบและใช้งานนวัตกรรมเฉพาะทาง เช่น เทคโนโลยีโดรน

AIS EEC ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้ การทดสอบนวัตกรรม (Test Bed) และการนำเสนอกรณีใช้งานจริง (Use Case) เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถทางดิจิทัล และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ในปีที่ผ่านมา AIS EEC

  • ให้การต้อนรับคณะเยี่ยมชมกว่า 190 กลุ่ม รวมผู้เข้าชมมากกว่า 6,000 ราย
  • จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) จำนวน 7 ครั้ง
  • สร้างโอกาสทางธุรกิจมากกว่า 300 Marketing Qualified Leads (MQLs)
  • พัฒนาความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรชั้นนำรวมกว่า 50 องค์กร

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: AIS EEC (Evolution Experience Center)

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัว 5G Solution Development Center หรือศูนย์ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล 5G แห่งที่ 3 ในพื้นที่ EEC ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), สำนักงาน EEC และสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง อาทิ 5G, Edge Computing และ Cloud ศูนย์ดังกล่าวมุ่งเน้นการฝึกอบรม การทดสอบโซลูชันในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง และการให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 4.0 และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: AIS 5G Solution Development Center

AIS Play

AIS PLAY คือ แพลตฟอร์มศูนย์รวมคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬา ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน AIS PLAY และอุปกรณ์ AIS PLAYBOX ครอบคลุมคอนเทนต์หลากหลายประเภท ทั้งโทรทัศน์ วิดีโอออนดีมานด์ กีฬา และอีสปอร์ต โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการคอนเทนต์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ที่หลากหลายได้ในที่เดียว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การรับชม รูปแบบการให้บริการหลักของ AIS PLAY แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. SVOD (Subscription Video on Demand)

    บริการแบบสมัครสมาชิก เพื่อเข้าถึงคอนเทนต์พรีเมียมแบบไม่มีโฆษณา ครอบคลุมภาพยนตร์ ซีรีส์ และคอนเทนต์ต้นฉบับ (Original Content) ของแพลตฟอร์มและพันธมิตร โดยมีทั้งแพ็กเกจรายเดือนและรายปี เช่น AIS PLAY PREMIUM, PLAY ULTIMATE รวมถึงบริการจากพันธมิตรชั้นนำ เช่น Netflix, Disney+ Hotstar, HBO Max, Prime Video, iQIYI VIP, Viu Premium และ WeTV VIP

  2. AVOD (Advertising Video on Demand)

    บริการรับชมฟรีหรือกึ่งฟรีที่มีโฆษณาประกอบ เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการสมัครสมาชิก ครอบคลุมคอนเทนต์ฟรีบนแอป AIS PLAY เช่น การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก รวมถึงคอนเทนต์ Free-tier จากพันธมิตร เช่น iQIYI, Viu และ WeTV ตลอดจนรายการโทรทัศน์ ข่าว กีฬา และความบันเทิงทั่วไป

  3. TVOD (Transactional Video on Demand)

    บริการเช่า–ซื้อรายเรื่อง หรือ Pay-Per-View สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการรับชมคอนเทนต์เฉพาะรายการหรืออีเวนต์พิเศษโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกระยะยาว เช่น การถ่ายทอดสดกิจกรรมระดับโลกต่าง ๆ

การให้บริการครบทั้งสามรูปแบบ ช่วยให้ AIS PLAY สามารถตอบโจทย์ความต้องการรับชมที่หลากหลาย เพิ่มความยืดหยุ่นด้านราคาและรูปแบบการใช้งาน สนับสนุนการรักษาฐานผู้ใช้ในระยะยาว และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: AIS Play

นอกจากนี้ สามารถดูตัวอย่างผลิตภัณฑ์และการบริการด้านดิจิทัลรูปแบบใหม่ เพิ่มเติมได้ที่

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมรวมถึงโครงการอื่น ๆ ได้ที่หัวข้อ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการด้านดิจิทัล ในรายงานการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนประจำปี 2568