“AIS ในฐานะผู้นำเครือข่ายและเทคโนโลยีอัจฉริยะ เดินหน้ายกระดับโครงข่ายดิจิทัล บริการและโซลูชั่น ร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เสริมขีดความสามารถภาคธุรกิจ และสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน ก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน”
ในปี 2568 โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญที่เข้มข้นกว่าเดิม ทั้งจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศที่ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าในปีก่อน ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายตัวไปสู่ประเด็นเทคโนโลยีและความมั่นคงทางดิจิทัล รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความผันผวนสูง อันเป็นผลจากการฟื้นตัวที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันในแต่ละภูมิภาค ขณะเดียวกัน โลกได้ก้าวสู่ระยะใหม่ของการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างแพร่หลาย แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล การโจมตีทางไซเบอร์ และความเหลื่อมล้ำด้านทักษะดิจิทัลที่ต้องได้รับการจัดการอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้จำกัด
ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากความท้าทายข้างต้นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากค่าครองชีพและหนี้ภาคครัวเรือนที่สูง ภัยพิบัติทางธรรมชาติซึ่งทวีความถี่และความรุนแรง เช่น น้ำท่วมฉับพลันและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบต่อความเป็นอยู่และระบบเศรษฐกิจ ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของการหลอกลวงทางออนไลน์รูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีอย่างไม่เหมาะสม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ ความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลในหลายพื้นที่ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
ท่ามกลางบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ธุรกิจโทรคมนาคมยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตของประชาชน เทคโนโลยี 5G โครงข่ายไฟเบอร์ออปติก คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ด้านเครือข่าย (AI-native Network) กำลังถูกนำมาใช้ในระดับเชิงลึกมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างระบบเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพและความปลอดภัยรองรับความเสี่ยงใหม่ ๆ รวมถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศในอนาคต เอไอเอส จึงได้กำหนดกรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ การสร้างการเข้าถึงดิจิทัลเพื่อสังคม และการยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา การดำเนินงานที่สำคัญในแต่ละด้าน มีดังนี้
ขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
เอไอเอสมุ่งขยายโครงข่ายโทรคมนาคมให้แข็งแกร่งและครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานในการพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการเทคโนโลยีดิจิทัล โดยบริษัทตั้งเป้าหมายในการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลในรูปแบบใหม่อยู่ที่สัดส่วนร้อยละ 7 ของรายได้จากการให้บริการหลัก ภายในปี พ.ศ. 2570 ในปีที่ผ่านมา บริษัทยังคงพัฒนาศักยภาพโครงข่ายเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลในรูปแบบใหม่ เช่น AIS Cloud บริการด้านคลาวด์แก่ลูกค้าองค์กร, IoT Connectivity บริการเครือข่ายสำหรับงานโซลูชัน IoT, 5G Private Network บริการโครงข่ายเฉพาะสำหรับลูกค้าภาคอุตสาหกรรม, AIS Analytic X บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง, AIS Play บริการด้านแพลตฟอร์มความบันเทิง เป็นต้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 4.8
ขณะที่การเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นมาก ก็ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากภัยคุมคามทางไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคลตามมา บริษัทจึงตั้งเป้าหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลตามมาตรฐานสากล ในปีที่ผ่านมา เรายังคงปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งประเมินและติดตามการดำเนินงานของคู่ค้าให้มีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานและนโยบายของบริษัท ควบคู่กับการจัดทำนโยบายการกำกับดูแลข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล และกำหนดแนวทางการพัฒนาและใช้งานระบบ แอปพลิเคชัน และ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ภายใต้หลักจริยธรรมและมาตรฐานด้านเทคโนโลยี
สิ่งสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจเราและเศรษฐกิจยุคดิจิทัล คือ พนักงาน โดยบริษัทตั้งเป้าหมายพัฒนาพนักงานมากกว่าร้อยละ 90 ให้มีทักษะความเข้าใจและสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในปี พ.ศ. 2568 โดยในปีที่ผ่านมา เราได้อบรมพนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มทักษะและความสามารถด้านดิจิทัลอย่างหลากหลาย อาทิ AI, Cloud, Data Analytic, Design Thinking, 5G, Python Programming รวมถึงพัฒนาคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Digital Talent ทำให้ปัจจุบันเราสามารถบรรลุเป้าหมายพัฒนาพนักงานของบริษัทได้มากถึงร้อยละ 91 มีทักษะดิจิทัลและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงาน
สร้างการเข้าถึงดิจิทัลให้ทุกคนในสังคม
เอไอเอสเชื่อมั่นว่าการสร้างและขยายโครงข่ายโทรคมนาคมให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ที่มีประชากรอยู่อาศัย สามารถเพิ่มโอกาสในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย บริษัทจึงได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาสภาพเศรษฐกิจ สังคม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวน 5 ล้านคน โดยในปีที่ผ่านมา เราได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อาทิ “Green Energy Green Network for THAIs”, “AIS Academy for Thais”, “Educators & Tutors Thailand”, “LearnDi for Thais Platform”, “Digital Library” และ “บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาฟรี” ส่งผลให้ปัจจุบันประชาชนได้มีส่วนร่วมและรับประโยชน์มากถึง 3.64 ล้านคน
อีกทั้ง บริษัทยังคำนึงถึงการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลของคนไทยให้มีความปลอดภัยและเหมาะสม จึงได้ตั้งเป้าหมายเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดิจิทัลอย่างแข็งแกร่งให้กับประชาชาชนจำนวน 3 ล้านคน ผ่านดิจิทัลโซลูชันและเครื่องมือต่าง ๆ ภายในปี พ.ศ. 2570 ในปีที่ผ่านมา เรายังคงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเสริมความรู้ทางไซเบอร์ให้แก่ประชาชนผ่านโครงการอุ่นใจไซเบอร์ ส่งผลให้ปัจจุบันผู้เข้าร่วมโครงการมากถึง 1.49 ล้านคน นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อปกป้องลูกค้าและประชาชนจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามเฝ้าระวังการใช้งานผิดปกติบนโครงข่ายโทรคมนาคม การกำหนดให้ลูกค้ายืนยันตัวตนการเป็นเจ้าของหมายเลข การควบคุมการใช้งานบัญชีลูกค้าองค์กรที่ส่ง SMS การปิดกั้นมิจฉาชีพใช้สัญญาณโทรศัพท์ข้ามชายแดน และการเปิดบริการ “1185”แจ้งเบาะแส มิจฉาชีพ
ยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม
บริษัทมุ่งดำเนินงานที่ลดการปล่อยคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยตั้งเป้าหมายลดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG emissions intensity) จากสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรง (GHG scope 1) และทางอ้อม (GHG scope 2) รวมกันต่อปริมาณการใช้งานข้อมูลลง ร้อยละ 25 เมื่่อเทียบกับปีฐาน 2567 ซึ่งในปีที่ผ่านมา ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขตที่ 1 และ 2) ของบริษัทคิดเป็น 815,291 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบต่อปริมาณการใช้งานข้อมูล คิดเป็นสัดส่วนลดลงร้อยละ 9 ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการตามแผนงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยบูรณาการเข้าไปในแผนธุรกิจ อาทิ การขยายการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์มากถึง 13,482 แห่ง การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานโครงข่ายด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนอุปกรณ์โครงข่ายบนเทคโนโลยีใหม่ที่ประหยัดพลังงาน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเท่ากับ 53,688 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากความมุ่งมั่นดังกล่าว บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financing) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และสะท้อนความสำเร็จผ่านการได้รับรางวัล Best Sustainability Bond และ Best Green Loan – Telecom จากเวที The Asset Triple A Sustainable Finance Awards 2025
อีกประเด็นสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากการพึ่งพิงและใช้เทคโนโลยีที่มากขึ้น คือปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทจึงตั้งเป้าหมายต่อเนื่องสำหรับการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีโดยปราศจากการฝังกลบ โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการให้มีการตรวจประเมินจากผู้ตรวจสอบอิสระภายนอกว่าการจัดการของเสียอิเล็กทรอนิกส์โดยผู้รับกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เป็นผลให้ไม่มีปริมาณซากขยะอิเล็กทรอกนิกส์ที่เหลือจากการรีไซเคิล (Non-recyclable or Residue) และไม่มีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ
ในโลกที่ความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นรวดเร็วและเชื่อมโยงกันมากกว่าที่เคย เอไอเอสตระหนักดีว่าบทบาทของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคม แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประเทศพึ่งพาได้” บริษัทจึงดำเนินกลยุทธ์การเติบโตด้วยความรับผิดชอบ ควบคู่การลงทุนอย่างมียุทธศาสตร์ในโครงข่าย เทคโนโลยี และศักยภาพบุคลากร เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรอย่างต่อเนื่อง และสร้างพื้นฐานความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคธุรกิจ และสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยต่อความเสี่ยงใหม่ในอนาคต
ในฐานะบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศ เอไอเอสมุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมคาร์บอนต่ำบนพื้นฐานของกลยุทธ์ระยะยาว ด้วยการผสานเป้าหมายทางธุรกิจเข้ากับความยั่งยืนในทุกมิติ เราเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียงการบริหารความเสี่ยง แต่คือรากฐานของความเชื่อมั่น ความสามารถในการเติบโตในระยะยาว และพันธสัญญาที่เอไอเอสยึดมั่นต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า สังคม และประเทศชาติ
กานต์ ตระกูลฮุน
ประธานกรรมการบริษัท
ปรัธนา ลีลพนัง
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร