ขยะอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและแนวทางการทิ้งขยะประเภทนี้อย่างไร ?

ขยะอิเล็กทรอนิกส์

รู้หรือไม่ว่ามือถือ แท็บเล็ต หรือแม้แต่ไมโครเวฟที่เราไม่ใช้แล้วนั้นสามารถก่อสารพิษอันตรายต่อโลกเราได้ ?

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste คืออุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุการใช้งาน หรือไม่ต้องการใช้แล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แบตเตอรี่ ฯลฯ ทั้งนี้ด้วยปัจจุบันการเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีมากขึ้น ทำให้เกิดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และปัญหาเชิงสังคมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาดูกันว่าขยะ E-Waste เหล่านี้มีผลกระทบอย่างไรบ้าง พร้อมแนวทางในการกำจัดอย่างยั้งยืน

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Waste (E-Waste) คืออะไร ?

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste ย่อมาจาก Electronic Waste หมายถึง ซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่างๆ ที่หมดอายุการใช้งาน ล้าสมัย หรือผู้บริโภคไม่ต้องการใช้งานแล้ว ถูกทิ้งเป็นขยะ ซึ่งชิ้นส่วนหลายชิ้นที่ไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ และมีสารประกอบที่เป็นพิษ

ขยะอิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่: เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ เตาอบไมโครเวฟ เครื่องโทรทัศน์
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก: เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เครื่องคิดเลข เครื่องพิมพ์
  • อุปกรณ์โทรคมนาคม: เช่น โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เครือข่าย
  • เครื่องมือแพทย์: เช่น เครื่องเอกซเรย์ เครื่องวัดชีพจร อุปกรณ์ผ่าตัด
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ: เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หลอดไฟ แผงวงจร

ขยะอิเล็กทรอนิกส์

ตัวอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่พบในขยะอิเล็กทรอนิกส์

  • โลหะหนัก: เช่น ตะกั่ว ปรอท โครเมียม สารเหล่านี้เป็นพิษต่อระบบประสาท ไต และระบบสืบพันธุ์
  • สารประกอบพลาสติก: เช่น โบรมีน พีวีซี สารเหล่านี้เมื่อเผาไหม้จะปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศ
  • แก้ว: ส่วนใหญ่มาจากหน้าจอโทรทัศน์และจอคอมพิวเตอร์
  • สารหน่วงไฟ: สารเหล่านี้เป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์และอาจก่อมะเร็ง

อันตรายจากขยะอิเล็กทรอนิกส์

อันตรายที่เกิดจากขยะประเภทนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ผลกระทบหลักๆ ด้วยกัน นั่นคือด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพ และด้านสังคม

ด้านสิ่งแวดล้อม

ด้วยความก้าวกระโดดของขยะอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งเหล่านี้จะมีสารพิษปนเปื้อน: ตะกั่ว ปรอท แคดเมียมปนเปื้อนดิน น้ำ อากาศ ทำลายระบบนิเวศ สามารถคุกคามชีวิตสัตว์และมนุษย์

ด้านสุขภาพ

อันตรายจาก E-Waste ด้านสุขภาพจะเกิดจากสารต่างๆที่อยู่ในขยะ ซึ่งแบ่งเป็นสาร 4 ประเภท

  • • สารตะกั่ว: ส่งผลต่อระบบประสาท สมอง ไต
  • • สารปรอท: ส่งผลต่อระบบประสาท สมอง ไต ปอด
  • • แคดเมียม: ส่งผลต่อไต กระดูก ปอด
  • • สารหน่วงไฟ: ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ ฮอร์โมน มะเร็ง

ด้านสังคม

ขยะล้นเมือง เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดจากปริมาณ E-Waste ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปัญหาการจัดการและกำจัดขยะ ส่งผลต่อสุขอนามัย มลพิษ และทัศนียภาพตามลำดับ

นอกจากนี้ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบริโภคที่มากเกินความจำเป็น และการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง จึงจำเป็นต้องมีการจัดการและกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ

อันตรายของ E-Waste: มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง ?

จากสถิติและแนวโน้มของปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยข้อมูลจาก Global E-Waste Monitor (GEM) พบว่าทั้งโลกผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่ 62 ล้านตัน โดยในภูมิภาคเอเชียมีสัดส่วนมากที่สุด รองลงมาเป็นอเมริกา และยุโรป และจากข้อมูลล่าสุดมีเพียง 18% ของจำนวนขยะอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นที่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง สำหรับข้อมูลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในไทยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ในปี 2564 ประเทศไทยมีปริมาณขยะอันตรายจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์สูงถึง 435,187 ตัน และคาดการณ์ว่า ปริมาณจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปีด้วย

อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความเข้าใจอย่างทั่วถึง การรู้จักว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์คืออะไรบ้างก็เป็นการสร้างพื้นฐานของความเข้าใจที่สำคัญ โดยขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือ E-Waste เหล่านี้จะรวมไปถึง

  • • โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต
  • • อุปกรณ์เสริมมือถือ เช่น หูฟัง ลำโพง
  • • ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด
  • • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กอื่นๆ เช่น กล้องถ่ายรูป วิทยุ สื่อสาร เครื่องคิดเลข

โดยปัญหาของขยะประเภท E-Waste เหล่านี้ไม่ใช่แค่เพราะจำนวนที่มากอย่างเดียว แต่ขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ล้วนมีสารพิษและโลหะหนักที่เป็นอันตราย หากถูกทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป จะกลายเป็นสารตกค้างซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างร้ายแรง ดังนั้นการคัดแยกและกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องร่วมมือกันดูแลอย่างเหมาะสม

การจัดการและจุดหมายของขยะอิเล็กทรอนิกส์ควรเป็นอย่างไร?

ทั้งนี้สำหรับการจัดการ E-Waste เราในฐานะผู้บริโภคทั่วไปอาจไม่สามารถมีส่วนร่วมในระดับใหญ่ๆ ได้ แต่ถือว่าสามารถเป็นส่วนสำคัญที่จะสามารถช่วยร่วมมือและช่วยเป็นหนึ่งในคนที่สามารถทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นได้ ด้วยข้อแนะนำดังต่อไปนี้

  1. คัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกจากขยะทั่วไป ไม่ควรทิ้งไว้รวมกัน
  2. ถอดแบตเตอรี่ออกจากอุปกรณ์ก่อนทิ้งเสมอ แม้จะแยกกองขยะทิ้งแล้วก็ตาม
  3. ลบข้อมูลส่วนตัวออกจากอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
  4. นำไปทิ้งในจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์

การคัดแยกและทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี จะช่วยให้การรีไซเคิลทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปนเปื้อนสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม และนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

AIS E-Waste: โครงการจัดการขยะที่สร้างมาเพื่อลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นโลก

คนไทยไร้ E-Waste” โครงการ AIS E-Waste เป็นโครงการที่ส่งเสริมการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีเพราะ AIS ห่วงใย อยากให้คนไทยปลอดภัยและร่วมรักษ์โลกให้ถูกวิธีไปกับเรา ด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจใน E-Waste รวมไปถึงแนวทางในการทิ้งขยะ ข้อแนะนำ และประเภทที่เรารับเพื่อนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปทิ้งอย่างเหมาะสม ยืนยันด้วยจำนวนพันธมิตรกว่า 210 องค์กร

ข้อแนะนำก่อนทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์

AIS เล็งเห็นปัญหาของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ว่าคือขยะที่อันตรายหากกำจัดได้ไม่เหมาะสม และส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการเข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างถูกวิธีจะทำให้ E-Waste สามารถกลับมาสร้างประโยชน์ได้และสามารถนำมารีไซเคิลเป็นวัตถุดิบต่างๆ เช่น เงิน ทอง ทองแดง ตะกั่ว พลาสติก และอีกมากมายที่สามารถนำมาผลิตใหม่ได้

ประเภทของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รับ

ประเภทของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่รับสำหรับฝากทิ้งหลักแบ่งเป็นดังนี้

  • • โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต รวมไปถึงสายชาร์จ อะแดปเตอร์และอื่นๆ
  • • อุปกรณ์เสริมมือถือและแท็บเล็ต รวมไปถึงหูฟังและลำโพง
  • • ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เมาส์ คีย์บอร์ด ฮาร์ดดิส
  • • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กอื่นๆ อาทิ กล้องถ่ายรูป จอยเกมส์ เครื่องคิดเลข รีโมท และอื่นๆ

ขยะอิเล็กทรอนิกส์

ศูนย์กลางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์: ส่งเสริมการกำจัด E-Waste อย่างถูกวิธีกับ AIS

ปัจจุบันสถานการณ์ E-Waste ทั่วโลกนั้นมีมากกว่า 62 ล้านตัน และหากไม่ได้รับการกำจัดจะเพิ่มมากขึ้นและมีมากถึง 74.7 ล้านตันหรืออาจมากกว่าภายในปี 2030

ด้วยปริมาณของ E-Waste ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี อีกปัญหาที่น่ากังวลคือผลกระทบต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ดังนั้นโครงการ AIS E-Waste จึงเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม

โครงการ AIS E-Waste เป็นโครงการที่เชื่อว่าทุกคนคือเครือข่ายที่จะช่วยคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อนำขยะเหล่านี้เข้าสู่โรงงานรีไซเคิลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับมาตราฐาน (Zero Landfill) สามารถแยกชิ้นส่วนเป็นชิ้นๆตามประเภทและการดำเนินงาน เช่น ทองคำ อะลูมิเนียม ทองแดง และอื่นๆ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ต่อ ด้วย 3 ขั้นตอนดังนี้

  1. รับขยะเพื่อเดินทางสู่โรงงานแยกขยะที่ถูกวิธี
  2. เข้าสู่กระบวนการแยกขยะ โดยคัดแยกชิ้นส่วนต่างๆ ออกมาเป็นวัสดุแต่ละประเภท เช่น แบตเตอรี่ เหล็ก ทอง พลาสติก เป็นต้น
  3. ชิ้นส่วนที่คัดแยกแล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยการนำแต่ละประเภทกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดการฝังกลบที่เป็นมลพิษต่อโลก เช่น เงินแท่ง เหล็กหล่อเพื่อขึ้นรูปใช้ซ้ำ

AIS แนะนำช่องทางการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกที่สร้างสังคมดีไปด้วยกัน

ปัจจุบัน คุณสามารถฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์กับโครงการ AIS E-Waste ได้หลายช่องทางด้วยกัน คือ

ศูนย์บริการลูกค้า AIS Shop ทุกสาขา และพันธมิตรกว่า 2,700 จุดทั่วประเทศ

บูธรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ AIS ตามงานอีเวนต์ต่างๆ หรือจุดรับทิ้งของพันธมิตรทั่วประเทศ

ไปรษณีย์ไทย

ฝากทิ้งกับบุรุษไปรษณีย์ ที่มาส่งจดหมายหรือพัสดุที่บ้านได้เลย ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

แอปพลิเคชัน E-Waste+

แอปพลิเคชันจาก AIS ซึ่งเป็นระบบจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการคัดแยกและนัดหมายการส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนให้ความรู้ในการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคม เป็นผลพวงมาจากโครงการ AIS E-Waste ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น

ขั้นตอนการฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์กับ AIS

ขั้นตอนการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้นง่ายมาก โดยการทิ้ง E-Waste กับ AIS สามารถทำได้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียง 3 วิธี

  1. เตรียมขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่มือถือ สายชาร์จ หูฟัง หรืออุปกรณ์ต่างๆ นำใส่กล่องพร้อมเขียนหน้ากล่องว่า “ฝากทิ้ง ขยะอิเล็กทรอนิกส์” หรือข้อความที่สื่อถึงการฝากทิ้ง E-Waste
  2. ฝากทิ้งกับบุรุษไปรษณีย์ที่มาส่งจดหมายหรือพัสดุที่บ้านได้เลย สามารถฝากส่งได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย
  3. แอปพลิเคชัน E-Waste เป็นแพลตฟอร์มจัดการขยะบนเทคโนโลยี blockchain ที่จะทำให้กระบวนการทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นถึงปลายทางตั้งแต่ผู้ทิ้งขยะ ผู้รับขยะ การขนส่ง ไปจนถึงปลายโรงงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสมตามมาตรฐาน zero landfill

แต่สำหรับใครที่อยากทราบว่าตัว App E-Waste มีขั้นตอนการใช้งานอย่างไร ต่อไปนี้คือขั้นตอนการใช้งานเพียง 4 ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถฝากทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ง่ายๆ คือ

  1. ดาวน์โหลดและลงทะเบียนโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ซึ่งรองรับการใช้งานทุกเครือข่าย
  2. ค้นหาจุดทิ้งขยะ E-Waste ขององค์กรในแอปหรือหน่วยงานที่เป็นตัวแทน
  3. สร้างถุงขยะ โดยการแยกขยะแต่ละประเภท เขียนหมายเลขถุงขยะพร้อมถ่ายรูป จากนั้นนำขยะและหมายเลขขยะแพ็กใส่ถุง สรุปรายการ และนำขยะไปทิ้งตามจุดที่ได้ระบุในแอปพลิเคชัน
  4. ตรวจสอบสถานะว่าสามารถส่งถึงโรงงานรีไซเคิหรือยัง เพื่อรอรับ Carbon Scores ว่าคุณมีส่วนช่วยในการลดโลกร้อนได้เท่าไหร่แล้ว

AIS E-Waste การลดและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี

สำหรับในส่วนของการลดและกำจัดขยะอย่างถูกวิธี การทำขั้นตอนต่างๆ นี้จะไม่สามารถสำเร็จได้ หากไม่เกิดการร่วมมือจากทุกภาคส่วน มาดูกันว่า ภายใต้การดำเนินงานของโครงการ AIS E-Waste การกำจัดขยะอย่างถูกวิธี AIS ใช้วิธีใดบ้าง

การบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์จากการดำเนินธุรกิจ

AIS บริหารการจัดการขยะที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร ตั้งแต่คัดเลือกผู้รับกำจัดของเสียที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงติดตามและตรวจสอบการกำจัดของเสียอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นจนจบ โดยปราศจากการฝังกลบ

การบริหารจัดการขยะจากอาคารสำนักงาน

จัดแบ่งพื้นที่ขยะอย่างชัดเจน โดยจำแนกเป็น 4 ประเภทคือ 1.ขยะทั่วไป 2. ขยะรีไซเคิล 3. ขยะเศษอาหาร 4. ขยะอันตราย เพื่อให้พนักงานคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม

คนไทยไร้ E-Waste

เราได้มีการยกระดับโครงการ คนไทยไร้ E-Waste สู่การเป็น HUB of E-Waste แห่งแรกของไทย ทั้งในแง่ของศูนย์กลางองค์ความรู้ จุดรับทิ้ง ระบบขนส่ง และศูนย์จัดการตามเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมเครือข่ายกว่า 190 องค์กร จุดรับขยะมากกว่า 2,700 จุดทั่วประเทศ

AIS HUB of E-Waste: ศูนย์กลางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ครบวงจรโดยมุ่งมั่นลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ สร้างสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน ผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก

  1. HUB of Knowledge: แหล่งรวมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและขยะอิเล็กทรอนิกส์
  2. HUB of Community: สร้างเครือข่าย Green Community ร่วมสร้างจิตสำนึกและมีส่วนร่วม
  3. HUB of Drop Points: ขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 2,700 จุด ทั่วประเทศ สะดวก รวดเร็ว ผ่านแอปพลิเคชัน E-Waste+
  4. HUB of Transportation: ระบบจัดการขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ติดตามสถานะขยะด้วยเทคโนโลยี Blockchain ผ่านแอปพลิเคชัน E-Waste+
  5. HUB of Circular: บริหารจัดการและรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ปราศจากการฝังกลบ

AIS HUB of E-Waste มุ่งสู่เป้าหมาย "ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นศูนย์" ร่วมสร้าง อนาคตที่ยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม

พันธมิตรผู้ร่วมมือกับเรา: ร่วมปูเส้นทางสู่คนไทยไร้ E-Waste

AIS ร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำทั่วประเทศ ก่อตั้ง Green Partnership “HUB of E-Waste” มุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน

โครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” มุ่งสร้างการตระหนักรู้เรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมคัดแยกและทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี พร้อมขยายจุดรับทิ้ง E-Waste ทั่วประเทศ กว่า 2,700 จุด

ตัวอย่างพันธมิตรร่วมมือกับเรา มีมากมายไม่ว่าจะเป็น

  • • Ascot International School
  • • PEA
  • • Bangchak Corporation
  • • Gulf Energy Developement
  • • Thailand Post
  • • TOSHIBA
  • • Thai airways

และอื่นๆ มากมาย

การมีส่วนร่วมในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างสังคมที่น่าอยู่ไปพร้อมๆ กับ AIS E-Waste การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ไม่ใช่เรื่องยาก หากเราทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ก็จะลดลงได้ในอนาคต เริ่มต้นวันนี้ ด้วยการทิ้งขยะอย่างมีสติ เพื่อโลกที่น่าอยู่ของเราทุกคน