โลกร้อน หรือ สภาวะโลกร้อน (Global Warming) คืออะไร มีสาเหตุและแนวทางแก้ไขวิกฤตโลกร้อนอย่างไร

โลกร้อน หรือ สภาวะโลกร้อน (Global Warming) คืออะไร มีสาเหตุและแนวทางแก้ไขวิกฤตโลกร้อนอย่างไร

สภาวะโลกร้อน หรือ Global Warming เป็นสภาวะที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ในทุกวันนี้สภาวะโลกร้อนนั้นเกิดขึ้นไวมากกว่าที่เคยถือเป็นวิกฤติที่สร้างความเสียหายไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำแข็งขั้วโลกที่เริ่มละลาย ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นหรือการทำให้อากาศแปรปรวนหน้าร้อนยาว หน้าหนาวสั้นในประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการเตือนว่าต้องรีบหาแนวทางมาแก้ไขปัญหาก่อนที่จะสายเกินไป บทความนี้จะพาคุณมารู้จักกับสาเหตุและแนวทางในการแก้ไขวิกฤตโลกร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแนวโน้มในอนาคตเกี่ยวกับโลกร้อน

โลกร้อน หรือ สภาวะโลกร้อน (Global Warming) คืออะไร

โลกร้อน หรือ ภาวะโลกร้อน (Global Warming) คือ ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ

สาเหตุหลักของโลกร้อน

ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่เกิดจากหลากหลายสาเหตุและหลายปัจจัย อย่างไรก็ตามสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหลักๆ ได้แก่

  • • การเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเป็นจำนวนมาก
  • • การทำลายป่าไม้ การเกษตรกรรม และการเลี้ยงสัตว์ ก็ปล่อยก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์ที่เป็นก๊าซเรือนกระจกเช่นกัน ทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจกรุนแรงขึ้น และส่งผลให้โลกร้อนขึ้นในที่สุด

สภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) คืออะไร?

หนึ่งในสาเหตุหลักของโลกร้อนเป็นเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาวะเรือนกระจกโดยตรง สำหรับใครที่ยังไม่เข้าใจ สภาวะเรือนกระจกคือ ปรากฏการณ์ที่ก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ แล้วดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์เอาไว้ ทำให้ความร้อนไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปนอกโลกได้ จึงเกิดการสะสมความร้อนในโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายกับเรือนกระจกที่เก็บกักความร้อนเอาไว้

ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน

ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน

สภาวะโลกร้อน เป็นสภาวะที่ส่งผลกระทบเชิงกว้าง และสร้างปัญหาในระยะยาวทั้งต่อสภาพภูมิอากาศ ระบบนิเวศ มนุษย์ และเศรษฐกิจ มาทำความเข้าใจกันว่าสภาวะโลกร้อนนี้ส่งผลอย่างไรต่อปัจจัยหลักเหล่านี้บ้าง

ผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ

  • • อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น
  • • เกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า
  • • ฝนตกผิดฤดูกาล เกิดน้ำท่วมฉับพลัน
  • • พายุ ไต้ฝุ่น มีความรุนแรงมากขึ้น

ผลกระทบต่อระบบนิเวศ

  • • ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ท่วมพื้นที่ชายฝั่ง
  • • สัตว์และพืชสูญพันธุ์ เนื่องจากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป
  • • ปะการังฟอกขาว สัตว์ทะเลตาย
  • • ระบบนิเวศป่าไม้และทุ่งหญ้าเสียสมดุล

ผลกระทบต่อสุขภาพ

  • • โรคระบาดแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น
  • • มลพิษทางอากาศเพิ่มสูงขึ้น กระทบระบบทางเดินหายใจ
  • • ความเครียด ความกังวลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม
  • • ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

  • • พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ผลผลิตลดลง
  • • การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
  • • ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
  • • เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสังคม

แนวทางการแก้ไขวิกฤตโลกร้อน

แนวทางการแก้ไขวิกฤตโลกร้อน

วิกฤตโลกร้อนอาจไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที แต่มีหลายอย่างที่สามารถช่วยบรรเทาและในระยะเวลาที่ยาวนานมากพอ อาจจะมีส่วนช่วยในการแก้ไขวิกฤตโลกร้อนได้ไม่มากก็น้อย

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
    ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล หันมาใช้พลังงานสะอาด พัฒนาระบบขนส่งมวลชน ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และที่สำคัญคือช่วยกันลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟ
  • ปลูกต้นไม้
    ทางเลือกที่ยั่งยืนที่สุดคือการปลูกป่าทดแทนป่าที่ถูกทำลายไป อาจเป็นการปลูกต้นไม้ในพื้นที่เมือง เพิ่มพื้นที่สีเขียว อนุรักษ์ป่าไม้ ลดการตัดไม้ทำลายป่า เป็นต้น
  • ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า เช่น พายุ น้ำท่วม สร้างระบบชลประทาน เก็บกักน้ำ เพื่อรับมือภัยแล้ง และปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ
  • ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
    พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม พร้อมคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ
  • สนับสนุนนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง
    ในแง่ของรัฐบาลกำหนดนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ออกกฎหมายบังคับใช้กับภาคอุตสาหกรรม และควรส่งเสริมให้ภาคเอกชนลงทุนในพลังงานสะอาด
  • รณรงค์สร้างจิตสำนึก
    ให้ความรู้ สร้างความตระหนักถึงภัยจากโลกร้อน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกฝังเด็กและเยาวชนให้รักษ์โลก รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ตัวอย่างผลกระทบของโลกร้อนในประเทศไทย

ตัวอย่างผลกระทบของโลกร้อนในประเทศไทย

เช่นเดียวกับสภาวะโลกร้อนทั่วโลก ไทยก็เป็นอีกประเทศที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น

  • ภัยแล้งในภาคอีสาน
    ภาคอีสานเป็นภาคที่มีผลผลิตทางเศรษฐกิจสูง ทั้งนี้เมื่อเกิดฝนทิ้งช่วง ขาดแคลนน้ำในการเกษตร พืชผลเสียหาย ขาดรายได้ ส่งผลต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค
  • น้ำท่วมในภาคกลาง ภาคใต้
    ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก เกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือน พืชผลทางการเกษตรเสียหาย
  • พายุรุนแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    พายุฤดูร้อน ลูกเห็บตกหนัก สร้างความเสียหายให้ชุมชน
  • ปัญหาน้ำเค็มรุกในภาคตะวันออก
    ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำเค็มรุกล้ำเข้าสู่แหล่งน้ำจืด กระทบต่อการเกษตร ทำลายระบบนิเวศ
  • ปะการังตายในทะเลอันดามัน
    เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้ปะการังฟอกขาวและตาย ระบบนิเวศทางทะเลเสียหาย กระทบต่อสัตว์ทะเลในวงกว้าง
  • โรคไข้เลือดออกระบาด
    สภาพอากาศร้อนชื้นเหมาะแก่การแพร่พันธุ์ของยุงลาย โรคไข้เลือดออกระบาดในวงกว้าง เป็นอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพ

ทั้งนี้วิกฤติสิ่งแวดล้อมนั้นถือเป็นปัญหาปากท้องและความมั่นคงของชีวิต การเข้ามาของวิกฤติโลกร้อนจึงอาจเรียกว่าเป็นตัวทำลายเศรษฐกิจที่เกิดมาจากฝีมือของมนุษย์เอง หากไม่มีการแก้ไขอย่างเหมาะสม

ขยะอิเล็กทรอนิกส์: หนึ่งในส่วนสำคัญของปัญหาภาวะโลกร้อนที่มีทางออก

ในยุคดิจิทัลที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทสำคัญในชีวิต ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste ก็กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที

ขยะอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร?

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง อุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เสื่อมสภาพ ใช้งานไม่ได้แล้ว หรือไม่ต้องการใช้งานต่อแล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องคิดเลข โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ฯลฯ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถสร้างมลพิษหรือก่อให้เกิดสารอันตรายได้หากทิ้งหรือกำจัดอย่างไม่เหมาะสม

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยสารอันตรายหลายชนิด เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท สารหนู สารประกอบโลหะหนัก ฯลฯ สารเหล่านี้จะปนเปื้อนลงสู่ดิน น้ำ และอากาศ ส่งผลเสียต่อสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และถือเป็นส่วนสำคัญของภาวะโลกร้อนได้

ขยะอิเล็กทรอนิกส์กับภาวะโลกร้อน

การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานมหาศาล ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน ตัวอย่างเช่น กระบวนการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ 1 ตัว ใช้ซิลิคอนประมาณ 20 กรัม น้ำ 3,000 ลิตร และพลังงานไฟฟ้า 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

นอกจากนี้ การเผาทำลายขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกวิธีก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น ก๊าซมีเทน ออกสู่ชั้นบรรยากาศอีกด้วย

คำถามสำคัญคือ ทางออกของปัญหานี้คืออะไรบ้าง?

วิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนจากจุดเล็กๆ อย่างการกำจัดขยะอย่างเหมาะสมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการลดและกำจัดขยะอย่างถูกวิธีถือเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยส่งเสริมปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด AIS จึงมีแนวทางในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ผ่านโครงการคนไทยไร้ E-Waste (HUB of E-Waste) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในแง่ขององค์ความรู้ ศูนย์กลาง ไม่แปลกใจที่สามารถสร้างพันธมิตรมากมายที่เข้าร่วมด้วย

แนวโน้มอนาคตของโลกกับสภาวะโลกร้อน

เราได้เห็นผลลัพธ์จากวิกฤติโลกร้อนทั้งในระดับโลกกับระดับภูมิภาคในประเทศกันไปแล้ว ทำให้เห็นได้ชัดว่าหากไม่มีมาตรการจัดการกับสภาวะโลกร้อนที่เข้มข้นและจริงจังในระดับสากล ในอนาคตโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงมากขึ้น อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติจะทวีความรุนแรง ระบบนิเวศจะเสียสมดุลและพังทลาย สัตว์และพืชจำนวนมากจะสูญพันธุ์ มนุษย์จะประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร ขาดแคลนน้ำสะอาด เกิดโรคระบาดใหม่ ๆ ปัญหาผู้อพยพ ความขัดแย้ง และความไม่เท่าเทียมในสังคมจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

ดังนั้น ทุกภาคส่วนของสังคมโลก ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม ประชาชน ต้องตระหนักถึงความสำคัญและเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง ผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวเพื่อรับมือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การคัดแยกและทิ้งขยะอย่างเหมาะสม และการสร้างจิตสำนึกรักษ์โลกร่วมกัน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของมนุษยชาติและสิ่งมีชีวิตทั้งมวลบนโลกใบนี้