อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คืออะไร มีอะไรบ้าง พร้อมข้อมูลชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หลายคนอาจจะนึกถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่เคยเห็นหรือเคยใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นทีวี ไมโครเวฟ สมาร์ทโฟน ลำโพง กล้องถ่ายรูป เรียกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ล้วนเป็นทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัวเราและที่เราเคยผ่านการใช้งานมาไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นความก้าวกระโดดของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่มีมากขึ้นทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีมากขึ้นกว่าที่เคย อีกทั้งด้วยราคาที่จับต้องได้ทำให้มีการเข้าถึงมากขึ้นเช่นเดียวกัน จนนำไปสู่วิกฤติปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นโลกในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าสู่เนื้อหาหลักเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้อิเล็กทรอนิกส์ มาดูกันว่าอุปกรณ์อิเล็กรอนิกส์มีอะไรบ้าง และในกรณีที่ต้องทิ้งเราสามารถมีส่วนร่วมในการทิ้งให้เหมาะสม และสามารถทำอย่างไรได้บ้าง รวมถึงแนวโน้มในอนาคตของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คืออะไร

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Devices) คือ อุปกรณ์ที่ทำงานโดยอาศัยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีการใช้ชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามที่ต้องการ ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร ความบันเทิง การทำงาน หรือแม้แต่การดูแลสุขภาพ

electronic-waste

ประเภทของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โทรศัพท์บ้าน วิทยุสื่อสาร เป็นต้น ช่วยให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ค อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ เป็นต้น ใช้ในการประมวลผลข้อมูล ทำงาน และความบันเทิง
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับเสียงและวิดีโอ เช่น โทรทัศน์ เครื่องเสียง ลำโพง หูฟัง กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ เครื่องเล่น DVD เป็นต้น ให้ความบันเทิงผ่านภาพและเสียง
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องใช้ในบ้าน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตารีด เครื่องปรับอากาศ พัดลม เครื่องทำน้ำอุ่น เป็นต้น ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ เช่น เครื่อง X-Ray เครื่องตรวจคลื่นหัวใจ เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่อง MRI CT Scan เป็นต้น ใช้ในการวินิจฉัยโรคและรักษาผู้ป่วย
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางด้านอุตสาหกรรม เช่น หุ่นยนต์ เครื่องจักรกลอัตโนมัติ ระบบควบคุมการผลิต เครื่องมือวัด เป็นต้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

ตัวอย่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป

โดยในปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นมีมากมายและหลากหลาย ซึ่งอุปกรณ์ที่พบเจอได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันคงหนีไม่พ้นอุปกรณ์เหล่านี้

electronic-waste

  • • โทรทัศน์
  • • คอมพิวเตอร์
  • • โทรศัพท์มือถือ
  • • เครื่องปรับอากาศ
  • • ตู้เย็น
  • • เครื่องซักผ้า
  • • ไมโครเวฟ

ตัวอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป

ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญทั้งในแง่ของการใช้งาน และการเป็น waste เมื่อไม่ใช้แล้ว ต่อไปนี้คือตัวอย่างของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่พบเจอทั่วไป

  • • หัวแร้ง (Electric Soldering)

    ใช้สำหรับหลอมตะกั่วเพื่อเชื่อมต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บนแผงวงจรพิมพ์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการซ่อมแซมและประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • • มัลติมิเตอร์ (Mutimeter)

    เครื่องมือวัดค่าทางไฟฟ้า เช่น แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ความต้านทาน
  • • แอมมิเตอร์ (Ammeter)

    เครื่องมือวัดค่ากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านวงจรไฟฟ้า หน่วยกิจของกระแสไฟฟ้าโดยอาศัยหลักการของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
  • • ไอซี (IC)

  • วงจรรวมที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กจำนวนมาก บนแผ่นชิป ทำหน้าที่เฉพาะอย่าง เช่น ขยายสัญญาณ ประมวลผลผล
  • • ตัวต้านทาน (Resistor)

  • อุปกรณ์ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า เพื่อกำจัดปริมาณกระแสไฟฟ้า ลดแรงดัน แบ่งสัญญาณ หรือกำหนดความถี่ของสัญญาณ
  • • ตัวเก็บประจุ หรือ คาปาซิเตอร์ (Capacitor or Condenser)

  • ทำหน้าที่ เก็บประจุไฟฟ้า ตัวเก็บประจุประกอบด้วย แผ่นตัวนำ สองแผ่น คั่นกลางด้วย ฉนวน แผ่นตัวนำเหล่านี้เรียกว่า เพลต สัญลักษณ์ ของตัวเก็บประจุบนวงจรอิเล็กทรอนิกส์เป็นเส้นประสองเส้นขนาน มีขีดคั่นกลาง หน้าที่หลัก ของตัวเก็บประจุ เช่นเก็บประจุไฟฟ้า ปล่อยประจุไฟฟ้า เป็นต้น
  • • ทรานซิสเตอร์ (Transistor)

    ทรานซิสเตอร์ เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่ทำหน้าที่ ขยายสัญญาณ และ ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า
  • • ไดโอด (Diode)

    ไดโอด เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำที่ทำหน้าที่ ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า ให้ไหลไป ทางเดียว เปรียบเสมือน วาล์วไฟฟ้า
  • • ตัวเหนี่ยวนำ (Inductor)

    ตัวเหนี่ยวนำ หรือ อินดักเตอร์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ เก็บพลังงาน ในรูป สนามแม่เหล็ก
  • • ไดโอดเปล่งแสง (LED)

    ไดโอดเปล่งแสง หรือ LED (Light Emitting Diode) คืออุปกรณ์สารกึ่งตัวนำขนาดเล็กที่เปล่งแสงออกมาเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน (เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสง) ต่างจากหลอดไฟแบบดั้งเดิมที่สร้างแสงจากความร้อน
  • • คริสตัล (Crystal)

    เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ควบคุมความถี่ของสัญญาณไฟฟ้า ทำหน้าที่คล้ายกับนาฬิกาสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • • เซนเซอร์ (Sensor)

    ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น แสง เสียง อุณหภูมิ
  • • สวิตซ์ (Switch)

    ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า เปิด/ปิด วงจร
  • • แผงทดลองวงจร (Project Board)

    แผ่นรองสำหรับประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบชั่วคราว
  • • วงจรแผ่นพิมพ์ (Printed Circuit Boards)

    แผ่นฉนวนที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์พิมพ์อยู่ ใช้สำหรับประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • • หม้อแปลง (Transformer)

    หม้อแปลง หรือที่เรียกกันว่า "หม้อแปลงไฟฟ้า" (Electric Transformer) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้แปลงแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จากวงจรหนึ่งไปยังอีกวงจรหนึ่ง
  • • วงจรรวม IC (Integrated Circuit)

    วงจรรวมที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กจำนวนมาก บนแผ่นชิป ทำหน้าที่เฉพาะอย่าง เช่น ขยายสัญญาณ ประมวลผลผล

เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกยุคใหม่ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเหล่านี้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ มากมาย ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างโอกาสใหม่ ๆ

1. 5G: ความเร็วเหนือชั้น ไร้ขีดจำกัด

เทคโนโลยี 5G เปรียบเสมือนการปฏิวัติวงการสื่อสาร ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า 4G หลายเท่า ทำให้การรับส่งข้อมูลรวดเร็วทันใจ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ สตรีมมิ่งวิดีโอความละเอียดสูง หรือการเล่นเกมออนไลน์แบบเรียลไทม์ 5G ยังเปิดประตูสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ยานพาหนะไร้คนขับ หุ่นยนต์อัจฉริยะ และเมืองอัจฉริยะ

2. Internet of Things (IoT): โลกที่เชื่อมต่อไร้รอยต่อ

Internet of Things (IoT) หรือที่เรียกว่า "อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง" กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา อุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต แลกเปลี่ยนข้อมูล และทำงานร่วมกันได้อย่างชาญฉลาด ตัวอย่างการใช้งาน IoT เช่น บ้านอัจฉริยะ ที่ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบรักษาความปลอดภัย และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ผ่านสมาร์ทโฟน หรือ ระบบติดตามสุขภาพ ที่วัดค่าชีพจร ความดันโลหิต และอุณหภูมิร่างกาย ส่งข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้แบบเรียลไทม์

3. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning: อัจฉริยะเหนือมนุษย์

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีหลักที่ขับเคลื่อนการพัฒนาในหลาย ๆ สาขา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มีความฉลาด สามารถเรียนรู้ วิเคราะห์ และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างการใช้งาน AI เช่น รถยนต์ไร้คนขับ ที่วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ตัดสินใจเส้นทาง และควบคุมการขับขี่ได้อย่างปลอดภัย หรือ ระบบแปลภาษาอัตโนมัติ ที่แปลภาษาได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าใจบริบทของประโยค

4. เทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย: สะดวกสบาย ไร้สาย

เทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย เพียงวางอุปกรณ์ลงบนแท่นชาร์จ พลังงานก็จะถูกส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยไม่ต้องเสียบสายชาร์จ เทคโนโลยีนี้ ช่วยลดการสึกหรอของช่องเสียบสายชาร์จ และป้องกันอุบัติเหตุจากสายไฟพันกัน

5. จอ OLED: ภาพคมชัด สีสันสดใส บางเบา

จอ OLED กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับหน้าจอแสดงผล ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย จอ OLED ให้ภาพที่คมชัด สีสันสดใส มุมมองกว้าง และประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับใช้งานในสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ทีวี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

6. ระบบสั่งงานด้วยเสียง: สะดวก รวดเร็ว ควบคุมง่าย

ระบบสั่งงานด้วยเสียง หรือการค้นหาด้วยเสียง (Voice Search) เช่น Siri และ Google Assistant ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เพียงพูดสั่งด้วยเสียง อุปกรณ์ก็จะตอบสนองและดำเนินการตามคำสั่ง เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ

electronic-waste

แนวโน้มในอนาคตของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 

เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอันใกล้นี้ คาดว่าเทรนด์ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะมุ่งไปในทิศทาง 5 ทิศทางที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้

  1. การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ: อุปกรณ์ต่าง ๆ จะเชื่อมต่อถึงกันอย่างราบรื่นผ่านเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และ Cloud ผู้ใช้สามารถควบคุมและสั่งงานอุปกรณ์ได้จากทุกที่ทุกเวลา ข้อมูลจะถูกซิงค์แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
  2. ปัญญาประดิษฐ์ (AI): AI จะถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เครื่องใช้อัจฉริยะเรียนรู้ เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ และปรับการทำงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น ตู้เย็นอัจฉริยะที่แนะนำอาหาร เครื่องซักผ้าอัจฉริยะที่ปรับการซักตามประเภทของผ้า หรือรถยนต์อัจฉริยะที่ช่วยเหลือการขับขี่
  3. ความปลอดภัย: ความปลอดภัยจะกลายเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ผลิตจะให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ เทคโนโลยีการระบุตัวตน เช่น ลายนิ้วมือ ใบหน้า ม่านตา จะถูกนำมาใช้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้
  4. พลังงาน: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะใช้พลังงานน้อยลง ประหยัดพลังงานมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ผลิตจะพัฒนาแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และออกแบบอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  5. ขนาดและน้ำหนัก: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะมีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว และความสะดวกสบาย

อนาคตของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ การใช้งานที่ชาญฉลาด ความปลอดภัยที่เหนือกว่า พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนาดที่เล็กลง น้ำหนักเบา และราคาที่ถูกลง เทรนด์เหล่านี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างโอกาสใหม่ ๆ มากมายในอนาคต

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ล้นโลก: ที่มาของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทำความเข้าใจขั้นพื้นฐาน พร้อมแหล่งรีไซเคิล

มาถึงตรงนี้เราได้เห็นแล้วว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเหล่า gadget ต่างๆ นั้นหลากหลายแค่ไหน ตั้งแต่หูฟังที่เราใช้เป็นประจำ ไปจนถึงเครื่องทำขนมปังปิ้งทุกเช้า ทั้งหมดนี้คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น แต่แบบไหนที่เราจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ?

ขยะจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คือซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายเองได้แถมยังมีสารเคมีอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นตะกั่ว ปรอท แคดเมียม ซึ่งสารเหล่านี้หากรั่วไหลลงพื้นอาจสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นการกำจัดขยะเหล่านี้จึงควรทำอย่างเหมาะสม

แนวทางการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์

เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งทำให้เกิดขยะจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันในการจัดการขยะเหล่านี้อย่างถูกวิธี ดังนี้

  1. เริ่มจากคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกจากขยะทั่วไป เพื่อนำไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น
  2. นำไปทิ้ง ณ จุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือร้านรับซื้อของเก่า ที่มีมาตรฐานในการจัดการ
  3. ซ่อมแซมและใช้งานอุปกรณ์ให้คุ้มค่า ยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด ก่อนที่จะเปลี่ยนเครื่องใหม่
  4. เลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน สามารถอัพเกรดเพิ่มได้ในภายหลัง
  5. สนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล และย่อยสลายได้
  6. ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก ถึงพิษภัยของขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

สำหรับช่องทางการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสม หนึ่งในช่องทางที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่ายคือช่องทางการทิ้ง E-Waste กับ AIS

ด้วยวลีที่ว่า “ทิ้ง E-Waste ให้ถูกที่สร้างสังคมที่ดีไปด้วยกัน” AIS รู้ดีว่าขยะเหล่านี้หากทิ้งไม่ถูกที่และกำจัดไม่ถูกวิธีจะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ดังนั้นเพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช่แล้วของคุณได้ถูกนำไปรีไซเคิลและทิ้งไปอย่างปลอดภัย AIS สามารถช่วยคุณในส่วนนี้ได้ ด้วยช่องทางการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพทมือถือ แท็บเล็ต อุปกรณ์เสริมมือถือ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ขนาดเล็กอื่นๆ สามารถศึกษาและติดตามได้ตามช่องทางของ AIS E-Waste เพื่อแนวทางที่เหมาะสม โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากข้อมูลเกี่บวกับโครงการ E-Waste ได้ที่เว็บไซต์นี้ https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/ais-ewaste/about-me

ท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นดาบสองคม ที่มีทั้งคุณและโทษ ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานของเรา หากเรารู้จักเลือกใช้ รู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และรู้จักกำจัดทิ้งอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้เทคโนโลยีเหล่านี้ยังคงเป็นเครื่องมือที่มีค่า ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้ดียิ่งขึ้นไป